nawiris님의 프로필~ O_o Ew..not..Ann o_O ~사진블로그리스트기타 도구 도움말

~ O_o Ew..not..Ann o_O ~

O_o o_O

TeleType

잠시만 기다려 주세요...

likitworanit nawiris

직업
지역

Windows Media Player

GuesTBooK

잠시만 기다려 주세요...
죄송합니다. 입력한 댓글이 너무 깁니다. 내용을 줄여 보세요.
입력한 내용이 없습니다. 다시 시도해 보세요.
죄송합니다. 지금은 댓글을 추가할 수 없습니다. 나중에 다시 시도해 보세요.
댓글을 추가하려면 부모님의 사용 허락이 필요합니다. 허용 요청
부모님이 댓글 기능을 해제한 상태입니다.
죄송합니다. 지금은 댓글을 삭제할 수 없습니다. 나중에 다시 시도해 보세요.
하루에 남길 수 있는 댓글의 최대 한도를 초과했습니다. 24시간 후에 다시 시도해 보세요.
회원님의 계정은 다른 사용자에게 스팸 메일을 보낼 수 있다고 여겨지므로 댓글 기능이 비활성화되어 있습니다. 이 설정에 문제가 있다고 생각되면 Windows Live 지원에 문의하시기 바랍니다.
댓글을 남기려면 아래 보안 검사를 완료해야 합니다.
보안 검사에 입력한 글자는 그림 또는 오디오에 있는 글자와 일치해야 합니다.
사진(1/19)
2007-08-17

หมาหมอบ

 
 
 ... โดยประภาส ชลศรานนท์
 
 การทดลองนี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2500 ที่มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ประเทศสหรัฐ
 
ฝรั่งที่ทำการทดลองครั้งนี้มีสองคน ชื่อ มาร์ติน เซลิกแมน กับ เอส เอฟ เมเยอร์
 
จุดมุ่งหมายของเขาในการทดลองครั้งนี้ก็คือ เขาต้องการรู้ว่าสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์หรือสัตว์ที่คล้ายๆ กันนั้น
 
จะรู้สึกอย่างไรกับความเจ็บปวดที่มีอยู่ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ

พวกเขาเริ่มอย่างนี้ครับ พวกเขาหาสุนัขมาฝูงหนึ่ง สายพันธุ์ต่างๆ กันไปตามแต่จะหาได้
 
แล้วก็ขังพวกมันไว้ในกรงเหล็ก จากนั้นก็เริ่มกระตุ้นพวกมันด้วยกระแสไฟฟ้า
 
พูดแบบชาวบ้านก็ต้องบอกว่า เอาหมามาใส่กรงแล้วก็ช็อร์ตไฟ

เกิดอะไรขึ้น เดาไม่ยากใช่ไหมครับ

 

เห่าหอนกันระงมแน่นอน สุนัขไม่ว่าพันธุ์ไหนก็ปากเปราะทั้งนั้น
 
ตัวที่แข็งแรงหน่อยก็พยายามตะกายกรงเพื่อจะหาทางออก ส่วนตัวเล็กๆ ก็วิ่งวนไปมา
 
เมื่อเห็นดังนั้นมาร์ตินกับเมเยอร์ก็ช็อร์ตไฟซ้ำเข้าไปอีก ช็อร์ตอีกมันเห่าอีก วุ่นวายไปทั้งกรงล่ะครับ
 
พวกเขาทำอย่างนี้อยู่เกือบสิบครั้งต่อวัน ... แปลว่าอะไร
 

พูดให้เป็นวิชาการก็ต้องแปลว่าเพื่อการทดลองที่ได้ผล
 
เขาใช้เวลากักตัวสุนัขเพื่อกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้ามากกว่าหนึ่งวัน แล้วก็กระตุ้นมันอย่างนั้นทุกๆ วัน
 
ท่านผู้อ่านที่เป็นคนรักหมาอ่านแล้วคงอยากชกหน้าอีตามาร์ตินกับอีตาเมเยอร์เต็มแก่แล้วใช่ไหมครับ

วันหลังๆ ที่พวกเขาปล่อยกระแสไฟฟ้าใส่กรงสุนัขนี่ พวกสุนัขเริ่มไม่เห่าแล้ว
 
ส่วนใหญ่จะหมอบนิ่งๆ ให้กระแสไฟฟ้าดูด
 
มีบางตัวที่อาจจะร้องครางหงิงๆ ด้วยความกลัว

แต่ไม่มีตัวไหนเลยที่พยายามจะตะเกียกตะกายหาทางออก

จากนั้นคุณเมเยอร์กับคุณมาร์ตินก็ดำเนินการทดลองขั้นต่อไป
 
ด้วยการย้ายสุนัขทุกตัวไปอยู่ในกรงใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ กรงใหม่นี้มีขนาดใหญ่กว่ากรงแรกหลายเท่าทีเดียว
 
แต่ไม่ว่าจะใหญ่กว่าอย่างไร พวกเขาก็กะว่าจะยังคงปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในกรงอีก

"อย่างน้อยมันก็จะได้มีที่วิ่งหนีวิ่งหลบกระแสไฟฟ้าที่ไปไม่ทั่วทั้งกรงบ้าง"
 
สองสหายผู้ทำการทดลองคงคิดอย่างนั้น ท่านผู้อ่านล่ะครับคิดอย่างพวกเขาไหม

ทันทีที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไป เกิดอะไรขึ้นละครับที่นี้

พวกมันหมอบนิ่งๆ
 


ไม่ว่าจะปล่อยอีกสักกี่ทีพวกมันก็หมอบนิ่งๆ เหมือนยอมรับชะตากรรม
 
การทดลองยังคงทำต่อไปด้วยการย้ายไปอยู่กรงที่ใหญ่ขึ้นๆ และก็ช็อร์ตไฟอย่างเดิม
 
และไม่ว่าจะย้ายกรงไปอีกกี่ครั้ง พวกสุนัขที่ถูกทดลองก็ยังคงหมอบนิ่งๆ
 


มาร์ตินกับเมเยอร์สรุปว่า
 
สัตว์ไม่ว่าชนิดไหนๆ ไม่เว้นแม้แต่มนุษย์ เมื่อถูกความเจ็บปวดตอกย้ำ ซ้ำๆ หลายๆ หน
 
มันจะทำให้เกิดความชาชินกับความทุกข์จนไม่สามารถจะช่วยเหลือตัวเองได้
 
แล้วในที่สุดสิ่งมีชีวิตนั้นก็จะเลิกมีความหวังกับชีวิต
 


ฟังแล้วก็น่าเชื่อนะครับ เพราะเราก็เห็นผู้คนหลายๆ คนที่อยู่รอบๆ ตัวเราเป็นอย่างนั้น
 
หลายคนยอมแพ้ต่อชะตากรรม หลายคนอยู่ไปแบบซังกะตาย

แต่สิ่งมีชีวิตไม่ใช่ไฟล์อะไรสักไฟล์ที่ถูกก๊อบปี้มานี่ครับจะได้เหมือนกันหมด
2007-07-16

งานบวช B o o k

 
เมื่อวานนี้ไปงานบวชบุ๊คมา
 
เอ๊ะ ... ต้องเรียกว่าพระบุ๊คแล้วสิ
 
เพื่อนๆไปกันน้อยมากกกก
 
มีเรา บอล ยักษ์ น้องเบส น้องก๊อก
 
นึกว่าเหน่งจะมาด้วยซะอีก
 
ที่ไหนได้ ... เหน่งท้องเสีย
 
หายเร็วๆละกันนะเพื่อน
 
โอ๊ะ .... ลืมเพื่อนไปอีกคน ... อู๋นั่นเอง
 
แต่อู๋กลับไปก่อนเพราะ ... แฟนตาม ... 555
 
 
แต่ละคนก็ได้เห็นแฟนบุ๊คกัน
 
เปงงัยมั่งอ่ะ ... สาวชุดม่วง
 
 
แล้วก็เจอเพื่อนอีกคนที่แต่ละคนไม่คาดคิดว่าจะเจอ
 
ทายซิ ... ว่าคราย ... ลิงนั่นเอง
 
ตัวใหญ่ขึ้นเยอะเลยหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานมากกกก
 
 
ได้คุยกับบุ๊คก่อนบวชนิดหน่อยเอง
 
แล้วก็ได้ถ่ายรูปกับพระบุ๊คแค่รูปเดียว
 
 
ขออโหสิกรรมกับพระบุ๊คไว้นะที่นี่ด้วยน๊า
 

Sudoku

잠시만 기다려 주세요...